เว็บที่ดีเป็นอย่างไร?



(image fom http://blogs.efactor.com)


1. เว็บที่ดีนั้น ควรจะมีเป้าประสงค์ของเว็บไซต์ที่แน่นอนว่าอยากเสนออะไร ให้แก่ผู้เข้าชม ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์โรงแรม,เว็บบริษัท,เว็บไซต์ขายสินค้า เป็นต้น

2. รูปแบบของเว็บ ต้องมีความต่อเนื่องของข้อมูล ผู้ที่รับทำเว็บไซต์จะต้องพิจารณาว่า เมื่อผู้เข้าชมเข้ามาแล้ว สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย เนื้อหามีความต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุดหรือ กระจัดกระจายมากมายไป อาจทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์งงได้

3. รายการอาหารของเว็บไซต์ ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่แจ้งชัด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมเว็บ จะได้เข้าไปยังรายละเอียดหน้าอื่นๆได้ง่าย

4. ภาพที่ใช้บนหน้าเว็บ ควรจะมีการลดขนาดเพื่อความรวดเร็วในการโหลดข้อมูล แม้ในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตจะมีความเร็วสูงก็ตามแม้กระนั้นเว็บไซต์ที่โหลดข้อมูลได้เร็วก็ย่อมเหนือกว่าเสมอ

5. ด้านสีสันและธีมของเว็บไซต์ ควรไปในทำนองเดียวกัน เพื่อผู้ที่เข้าเว็บไซต์จะได้จดจำ และไม่หลงว่าเป็นคนละเว็บไซต์

6. ลิงค์ภายในเว็บ น่าจะแน่ชัด และสื่อความหมาย เพื่อไปยังหน้าที่ลิงค์ไป ผู้เยี่ยมชมเว็บ จะได้เข้าใจโดยง่ายว่าคลิกที่ลิงค์แล้วจะพบเนื้อหายังไง

7. การแสดงเนื้อหาควรจะเหมาะสมกับจอ รายละเอียดสั้น กระชับ ล้ำยุค รายละเอียดที่สำคัญ ควรอยู่ด้านบน เพื่อที่ผู้เข้าเว็บจะได้อ่านพบก่อน

8. สีสันของเว็บ ควรจะใช้สีที่สบายตา ถ้าเกิดอยากได้ใช้สีที่จัดจ้าควรใช้อย่างพอเหมาะไม่ควรใช้สีจัดจ้านกับส่วนที่เป็นเนื้อหาเพราะจะก่อให้คนที่อ่าน ปวดตาได้

9. มีการใช้หัวข้อใหญ่ ตัวดก ตัวเอียง เพื่อชี้ว่าเป็นหัวข้อ หรือเนื้อความที่จะต้องการเน้น

10. สามารถแสดงผลได้ทุกวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งทุกวันนี้ค่อนจะสำคัญมาก เพราะปัจจุบันคนจำนวนมากมิได้เข้าเว็บจากคอมพิวเตอร์แค่นั้น คนเข้าเว็บสามารถยังสามารถเข้าเว็บไซต์จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ แทปเลต อีกด้วย ผู้ที่รับทำเว็บไซต์ก็เลยจำเป็นต้องคำนึงถึงส่วนนี้ด้วย

เทรนด์การออกแบบเว็บยุคใหม่

สมัยปัจจุบัน การเขียนเว็บไซต์ ชอบอิงตาม บริษัทผู้นำต่างๆดังเช่น Google, Apple, หรือ Microsoftอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหลายบริษัทต่างก็แข่งขันกัน ออกDesign Guide ของตัวเองบ้าง, ทำ Frameworkของเทรนด์ของตนเอง ให้นักปรับปรุงเว็บ ได้ใช้บ้าง คนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดหมายถึงคนที่มีอาชีพรับทำเว็บไซต์,รับดีไซน์เว็บไซต์ อย่างเราๆนี่เอง

วันนี้พวกเราจะมาดูกันว่าเทรนด์เว็บดีไซน์ไหนบ้างที่คนพัฒนาเว็บไซต์ควรรู้จักในยุคนี้ ตัวไหนที่ยังไม่เคยทราบทดลองศึกษาเล่าเรียนกันมองนะครับ ยืนยันว่างานต่างๆระยะนี้จะตามเทรนด์พวกนี้แน่นอน


1. Flat Design 2.0
เป็น การดีไซน์เว็บไซต์โดยการเพิ่ม เงาเส้นกรอบ พื้นข้างหลังเบาๆให้กับ Element ต่างๆบนหน้าเว็บ เพื่อให้ผู้เข้าเว็บรู้เรื่องได้ง่ายว่าส่วนนี้สามารถ Click ได้ หรือ เป็นส่วนที่เน้นนั่นเอง แนวทางนี้ถูกปรับปรุงโดย Google ในชื่อMaterial Design



(image form https://cdn2.tnwcdn.com)


2. Material Design ออกแบบสไตล์ Flat ใน แบบของ Google
สิ่งที่แจ่มชัดมากของ Flat Design ใบแบบของ Googleหมายถึงการใช้สีสันที่ตัดกัน นอกจากนั้น ยังเพิ่มเสิ้น เพิ่มเงา เพื่อความพิเศษของ Elementต่างๆบนหน้าเว็บไซต์

3. Hamburger Menu
เมนูแบบงี้ส่วนมากเราจะเห็นในเวลาที่พวกเราเปิดหน้าเว็บในมือถือ หรือSmart Phone ที่เป็นลักษณะขีด 3 ขีด เมนูแบบงี้ออกแบบมาเพื่อทำให้ประหยัดเนื้อที่ในการแสดง เมนูบนจอของ Smart Phone หรือ Tablet


(image from http://16102-presscdn-0-48.pagely.netdna-cdn.com)

4. Web Typhography
ก็คือการดีไซน์เว็บ โดยย้ำการจัดวางตัวอักษรงามๆบนหน้าเว็บซึ่งเมื่อก่อนถ้าหากเราจะใช้ตัวอักษรแปลกๆบนหน้าเว็บ พวกเราต้องทำเป็นรูปภาพก่อน ซึ่งมีข้อเสียว่าเพียงพอขยายหน้าจอแล้วภาพแตก ก็เลยมีการใช้เทคโนโลยี CSS3 Font Face ทำให้พวกเราสามารถฝังต้นแบบฟ้อนรำลงในเว็บของพวกเราได้ เว็บไซต์พวกเราจึงสามารถแสดงตัวอักษรงามๆได้โดยที่ไม่ต้องทำเป็นรูปภาพก่อน และในปัจจุบัน Google ก็มีบริการ Font ไทยให้พวกเราใช้ฟรีอีกด้วย


(image form http://www.jtotheb.com)


5. Font Awsome
คือการใช้ Font ที่เป็นเครื่องหมายเพื่อแสดงภาพไอคอนบนหน้าเว็บไซต์ โดยเมื่อมีการขยายจอ รูปไอคอนก็จะยังคงแจ่มชัดไม่แตก


สรุปอย่างคร่าวๆก็คือ

เทรนด์การดีไซน์ในปัจจุบันมักมาจาก Flat Design ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆในตอนนี้ก็ออกแบบมาเพื่อให้รองรับกับ Flat Designนั่นเอง อีกทั้งวิธีการทำเว็บไซต์ให้เป็นแบบ Responsive Design ก็ยังเป็นสาระสำคัญของการดีไซน์เว็บในตอนนี้อีกด้วย


คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบเว็บ

เว็บที่รองรับทุกอุปกรณ์ (Responsive Design) สำคัญอย่างไร?

ในเวลานี้ใครๆก็เอ๋ยถึง ResponsiveDesign คนส่วนใหญ่ในวงการเขียนเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะรู้จักคำนี้กันแทบทุกคนแล้ว Responsive Design สำคัญอย่างไร แล้วต้องมากแค่ไหน


เริ่มแรกมารู้จัก Responsive Design กันก่อนครับ


Responsive Design ก็คือ เว็บไซต์ที่สามารถปรับขนาดหน้าจอของตนได้ เมื่อแสดงผลบนอุปกรณ์ที่ไม่เหมือนกัน แต่การปรับหน้าหน้าจอนี้ไม่ได้หมายคือการสรุปให้ทุกอย่างบนเว็บเล็กลงครับ แต่ว่ามันเป็น การปรับLayout ของเว็บลงอัตำหนิโนมัติเตียนตามตวามกว้างของจอที่แสดงผล ลองคิดง่ายๆสความเห็นถ้าเกิดเว็บของพวกเราแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์จะมีลักษณะเป็นแถวนอน เมื่อเราเปิดเว็บไซต์เดียวกันนี้ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หน้าจอจะถูกปรับมาเป็นแถวตั้งอัตโนมัตินั่นเอง



(ภาพจาก http://johnpolacek.github.io)


 


แล้วทำไมจะต้อง Responsive


ด้วยเหตุว่าในตอนนี้ คนที่เข้าเว็บไม่ได้เข้าจากทางคอมพิวเตอร์เพียงแค่นั้นยังสามารถเข้าเว็บได้จาก โทรศัพท์เคลื่อนที่แทบเล็ต ด้วยเหตุนี้ การรับทำเว็บไซต์ ก็ควรจะทำให้เว็บไซต์ของพวกเราเป็นแบบ MobileFriendly หรือแปลตรงๆก็คือ เป็นมิตรกับโทรศัพท์มือถือนั่นเอง ทำให้เวลาพวกเรามองหน้าเว็บในโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เกือบจะเล็ต พวกเราไม่ต้องการกระทำซูมเข้า ซูมออก ก็แค่ใช้นิ้วในการ Scroll ลงเพื่อจะได้มองเห็นข้อมูลครบทั้งเว็บไซต์เพียงเท่านั้น

เนื่องจากว่าเว็บไซต์ Search Engine มีชื่ออย่างกูเกิล ได้ให้ความเอาใจใส่กับเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับโทรศัพท์มือถือ แม้เว็บไหนสามารถแสดงผลได้ดีทุกวัสดุอุปกรณ์ก็ย่อมทำให้ชั้นในกูเกิลดีไปด้วย โดยเหตุนั้น การวางแบบเว็บไซต์ ก็เลยต้องนึกถึงจำนวนผู้เข้าชมด้วย เพราะเราไม่ได้ทำเว็บไว้ดูคนเดียวจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงส่วนนี้ การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีในขณะนี้งามอย่างเดียวมิได้ ต้องโหลดเร็วแล้วก็ตรงตามอัลกอริทึม ของกูเกิล ก็เลยจะได้ประโยชน์สูงสุดจากลงทุนจ้างทำเว็บ

จะทำเว็บซักเว็บ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ???

ถ้าเราไม่ใช่นักออกแบบหรือนักปรับปรุงเว็บ พวกเราจะต้องตระเตรียมข้อมูลอย่างไร เพื่อสื่อให้คนทำเว็บไซต์สื่อสารกับเราได้ง่ายยิ่งขึ้น



  1. คิดก่อนว่าพวกเราจะทำเว็บไซต์เพื่ออะไร ส่วนนี้ก็มาจากรูปแบบธุรกิจของพวกเรานั่นเองเป็นต้นว่า ถ้าเกิดเว็บโฮเต็ลก็ทำเพื่อ ให้คนรู้จักกันแล้วก็จองห้องพักหรือ เว็บบริษัท ก็ทำเพื่อ แสดงผลงานเพิ่มหนทางการติดต่อแล้วก็เพิ่มความน่าไว้ใจของบริษัท

  2. แม้ยังไม่มีชื่อโดเมน ก็จัดเตรียมคิดชื่อไว้ซัก 4-5 ชื่อ เผื่อชื่อไหนยุ่งพวกเราจะได้เอามาแทน โดยชื่อดดเมนนี้ ก็ควรจะสื่อถึงธุรกิจของท่าน เพื่อผลดีในการเข้าถึงและการเขียนจำ

  3. รวบรวมเอกสารทั้งหมดทั้งปวง ที่มีความคิดว่าอยากจะเอาขึ้นหน้าเว็บไซต์ และก็Logo แล้วทำเป็น Soft file เพื่อส่งต่อให้ผู้ที่รับพัฒนาเว็บไซต์ ถ้าเป็นตัวอักษร ก็ควรพิมพ์ออกมาให้อยู่ในลักษณะของ Word หรือ Note Pad หากเป็นรูปก็ควรจัดเป็นFoder เพื่อจะได้ง่ายต่อการนำไปลงข้อมูลบนเว็บ

  4. Site Map นี่ทางเมื่อทางผู้รับพัฒนาเว็บไซต์ได้ข้อมูลแล้วหลังจากนั้นก็จะเขียนเป็น Site Map คร่าวๆให้นายจ้างทำเป็นดู



(image from http://www.adventinfosoft.com)


 


การจัดแบ่งเนื้อหาเพื่อส่งให้ผูรับทำเว็บไซต์



  1. ข้อมูลหน้า Static คือหน้าที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนอปลงเสมอๆได้แก่หน้าประวัติความเป็นมาบริษัท, หน้าเกี่ยวกับบริษัท, และก็หน้าติดต่อ, หน้าขั้นตอนการจ่ายเงิน

  2. หน้าข่าวสาร รวมทั้ง โปรโมชั่น ส่วนนี้จะมีการเพิ่มและก็เปลี่ยนอยู่ตลิดเวลา ให้ทำแยกไว้อีกส่วนพร้อมทั้งรูปภาพประกอบ

  3. หน้าผลิตภัณฑ์ ให้แบ่งผลิตภัณฑ์ตามหมวดหมู่ และก็ควรตั้งรหัสสินค้าให้แจ้งชัด และใส่เนื้อหาของสินค้าและก็ราคาให้แจ่มชัด และรูปภาพประกอบเพื่อง่ายน่าจะตั้งเป็นชื่อรหัสสินค้า


 


คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เว็บโรงแรม

เว็บที่ทำด้วย CMS เป็นอย่างไร?

CMS หรือ ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์(Content Management System: CMS)หมายถึงระบบที่ปรับปรุง คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดทรัพยากรในพัฒนาเว็บไซต์แล้วก็บริหาร เว็บไซต์ ไม่ว่าจะคือเรื่องของกำลังคน ช่วงเวลาและก็เงินลงทุน ที่ใช้ในการสร้างรวมทั้งควบคุมดูแลไซต์ โดยส่วนใหญ่แล้ว ชอบนำเอาภาษาสคริปต์ ต่างๆมาใช้ เพื่อให้วิธีการทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น PHP, Perl, ASP, Python หรือภาษาอื่นๆ(แล้วแต่ความถนัดของผู้พัฒนา)ซึ่งมักจำต้องใช้ควบคู่กันกับโปรแกรมเว็บไซต์เซิร์ฟเวอร์ รวมทั้งดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์


CMS ก็คือ มีส่วนของ ระบบจัดแจงรายละเอียดเว็บ ทำให้สามารถบริหารจัดแจงเนื้อหาได้อย่างเร็ว และเน้นย้ำที่การ จัดแจงระบบผ่านเว็บไซต์ โดยแบบอย่างของฟังก์ชันการทำงาน ตัวอย่างเช่น ระบบแสดงเนื้อหา, ระบบไดเรคเทอปรี่, ระบบแสดงข่าว,ระบบกระดานข่าวสารเป็นต้น ยิ่งไปกว่านี้ CMS ยังมีโปรแกรมเสริม เพื่อทำให้แนวทางการทำงานขอว CMS มีประสิทธิภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆ เช่น ตัวนับสถิติการเข้าชมระบบดาวน์โหลดไฟล์ ระบบร้านค้า ฯลฯ ปัจจุบัน CMS มีหลายตัวด้วยกันดังเช่นว่า Joomla, WordPress , Membo, PHP NUKEเป็นต้น



(ภาพจาก http://developers.backbee.com)


เว็บไซต์ที่ทำด้วยCMS นั้น แบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วนได้แก่ ส่วนของเนื้อหาบนเว็บไซต์ จะเก็บอยู่ในฐานข้อมูล และก็ส่วนของเค้าหน้าเว็บ โดยการทำเว็บไซต์จะถูกจัดเก็บไว้ใน เทมเพลต เมื่อใดที่มีการใช้งานก็จะมีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ส่วน เพื่อสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา โดยเนื้อหาอาจจะประกอบไปด้วยหลายๆองค์ประกอบ อาทิเช่น เมนู, ภาพสไลด์, ตาราง, แทป เป็นต้น


ผู้ให้บริการรับพัฒนาเว็บไซต์ หรือ รับทำเว็บ ในตอนนี้ มีการใช้ CMS มาช่วยเหลืออย่างมาก เนื่องจากช่วยอดออมทั้งงบประมาณและก็ทรัพยากรในการดูแลเว็บไซต์ แม้กระนั้นก่อนจะถึงเวลาจะจ้างทำเว็บไซต์จะต้องจ่ายทั้งค่าวางแบบรวมทั้งค่าทำโปรแกรมจัดแจงเว็บไซต์ แต่ว่าในช่วงเวลานี้ จ่ายเงินเพียงแค่ครั้งเดียว ได้ทั้งการดีไซน์ และก็ได้ทั้งเว็บที่มีระบบระเบียบจัดการเว็บไซต์


คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : รับออกแบบเว็บ
Search form
Display RSS link.
Link
Friend request form

Want to be friends with this user.

QR code
QR